ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) อาการที่พบได้บ่อยแต่ไม่ควรละเลย

อาการปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) แม้จะเป็นเรื่องปกติที่พบบ่อยในผู้หญิงช่วงวัยเจริญพันธุ์ แต่ความรุนแรงของ อาการปวดประจำเดือน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติทางนรีเวชที่สำคัญ

Share

ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) อาการที่พบได้บ่อยแต่ไม่ควรละเลย

อาการปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) แม้จะเป็นเรื่องปกติที่พบบ่อยในผู้หญิงช่วงวัยเจริญพันธุ์ แต่ความรุนแรงของ อาการปวดประจำเดือน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติทางนรีเวชที่สำคัญ บทความนี้ จะพาคุณไป ไขความลับอาการปวดประจำเดือน ทั้งประเภทปฐมภูมิและทุติยภูมิ รวมถึง อาการปวดประจำเดือนแบบไหนอันตราย และแนวทาง วิธีรักษาปวดประจำเดือน ที่ถูกต้อง

ปวดประจำเดือน คืออะไร (Dysmenorrhea)

อาการปวดประจำเดือน เป็นอาการปวดบริเวณท้องน้อยที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของรอบเดือน และสามารถมีความรุนแรงตั้งแต่ ปวดเล็กน้อย ไปจนถึง ปวดรุนแรง ที่อาจรบกวนการทำงานหรือกิจกรรมประจำวัน โดยทั่วไปสามารถแบ่งอาการปวดออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีสาเหตุที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ประเภทของ อาการปวดประจำเดือน 

อาการปวดประจำเดือนสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีสาเหตุและลักษณะอาการที่แตกต่างกัน

  1. ปวดประจำเดือนปฐมภูมิ (Primary Dysmenorrhea): เป็นอาการที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคหรือภาวะผิดปกติอื่นๆ โดยปกติแล้วเกิดจากการบีบตัวของมดลูกในการขับเลือดประจำเดือน ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย ภาวะนี้มักเริ่มเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นและมักจะบรรเทาลงเมื่ออายุมากขึ้นหรือหลังจากมีบุตร 
  2. ปวดประจำเดือนทุติยภูมิ (Secondary dysmenorrhea): ปวดประจำเดือนทุติยภูมิ มักเกิดจากภาวะหรือโรคทางนรีเวชที่มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ ซึ่งอาการปวดมักจะมีลักษณะเรื้อรังและรุนแรงกว่า และสามารถพบได้ในผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น

ปวดประจำเดือนทุติยภูมิ เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

  1. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ Endometriosis: เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นอกมดลูก เช่น บริเวณรังไข่หรือปีกมดลูก ทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง และอาจมีปัญหาการมีบุตร วินิจฉัยโดยการตรวจอัลตราซาวด์ หรือการผ่าตัดสำรวจ (laparoscopy) เพื่อยืนยันการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกในที่ผิดปกติ 
  2. เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกในกล้ามเนื้อมดลูก Adenomyosis: เกิดจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้มดลูกขยายขนาดและทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนและอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวด์ หรือการทำ MRI ซึ่งสามารถแสดงสัญญาณการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกในกล้ามเนื้อ 
  3. เนื้องอกในมดลูก Leiomyoma (Uterine Fibroids): เป็นเนื้องอกที่เกิดจากการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อมดลูก โดยส่วนใหญ่ไม่ทำให้เกิดอาการ แต่ในบางกรณีอาจทำให้มีอาการปวดท้องน้อยหรือประจำเดือนมากผิดปกติ การตรวจพบเนื้องอกนี้ทำได้โดยการอัลตราซาวนด์หรือ MRI 
  4. ปากมดลูกตีบ Cervical Stenosis or Obstruction of Menstrual Outflow Tract: การตีบแคบของปากมดลูก (cervical stenosis) หรือการอุดตันในทางออกของประจำเดือนสามารถทำให้ประจำเดือนมาล่าช้าหรือเกิดอาการปวด การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจภายในหรือการทำ Hysteroscopy (การส่องกล้องโพรงมดลูก) เพื่อตรวจสอบการอุดตัน

สาเหตุอื่น ๆ ที่คล้ายอาการปวดประจำเดือน  

  • Pelvic Inflammatory Disease (PID): ภาวะการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานที่ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะสืบพันธุ์ การตรวจวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจทางคลินิกและการทำอัลตราซาวด์ รวมถึงการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ 
  • Pelvic Adhesion: เป็นการเกาะติดของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานมักเกิดหลังการผ่าตัดหรือการติดเชื้อ อาการปวดท้องน้อย หรืออาการเกี่ยวกับการมีบุตรยากอาจเกิดขึ้น การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวนด์หรือการส่องกล้อง 
  • Irritable Bowel Syndrome (IBS): โรคเกี่ยวกับลำไส้ที่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย อาการอาจคล้ายกับอาการปวดประจำเดือน การวินิจฉัยทำได้โดยการประเมินอาการและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 
  • Inflammatory Bowel Disease (IBD): โรคเกี่ยวกับการอักเสบของลำไส้ เช่น โรคลำไส้อักเสบ (Crohn's disease, Ulcerative Colitis) การวินิจฉัยทำได้โดยการส่องกล้องตรวจลำไส้และการตรวจเลือดเพื่อหาสัญญาณการอักเสบ 
  • Interstitial Cystitis: ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังที่ทำให้มีอาการปวดท้องน้อยและปัสสาวะบ่อย การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ และการส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ 
  • Mood Disorder: โรคทางจิตเวชที่อาจส่งผลต่ออารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวล ซึ่งอาจมีอาการปวดประจำเดือนร่วมด้วย การวินิจฉัยทำได้โดยการประเมินทางจิตเวชและการทดสอบด้านอารมณ์ 
  • Myofascial Pain: ความเจ็บปวดในกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่อยู่ล้อมรอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องหรืออาการปวดหลังส่วนล่าง การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจร่างกายและการประเมินจุดเจ็บในกล้ามเนื้อ

ผลกระทบของ อาการปวดประจำเดือนรุนแรง 

อาการปวดประจำเดือนที่รุนแรงหรือเรื้อรังอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม เช่น การขาดงาน การขาดการเรียนบ่อย หรือการจำกัดกิจกรรมทางสังคมและทางกายภาพ การรักษาอาการปวดประจำเดือนมีหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยาบรรเทาอาการ เช่น ยากลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) การใช้ยาฮอร์โมน การฝังยาคุมกำเนิด หรือแม้กระทั่งการรักษาด้วยการผ่าตัดในกรณีที่พบโรคหรือภาวะผิดปกติที่เป็นสาเหตุของอาการปวด

บทความโดย: แพทย์หญิงสุทธิกมน สร้อยวัฒนา 
Well-Healing by MedPark


References

  1. Vercellini P, Vigano P, Somigliana E, et al. Endometriosis: pathogenesis and treatment. Nat Rev Endocrinol. 2014;10(5): 268-277. doi:10.1038/nrendo.2014.27. 
  2. Practice Committee of the American Society for Reproductive Medicine. Endometriosis and infertility: A committee opinion. Fertil Steril. 2012;98(3): 591-598. doi:10.1016/j.fertnstert.2012.06.035. 
  3. Chen M, Lee K, Li Y, et al. Adenomyosis and its association with primary dysmenorrhea. Gynecol Obstet Invest. 2019;84(2): 158-164. doi:10.1159/000501872. 
  4. Stewart EA. Uterine fibroids. Lancet. 2015;387(10019): 1731-1742. doi:10.1016/S0140-6736(15)00222-X. 
  5. Zupi E, Zupi A, Mancuso S, et al. Primary and secondary dysmenorrhea: a clinical review of etiology and treatment options. Fertil Steril. 2012;97(5): 1063-1070. doi:10.1016/j.fertnstert.2012.01.116. 
  6. Zahran MH, Nada F, El-Gohary M. Cervical stenosis as a cause of secondary dysmenorrhea: diagnosis and management. Eur J Obstet Gynecol Reprod Biol. 2013;168(2): 229-233. doi:10.1016/j.ejogrb.2013.01.028.
Share
Published: 21 พฤษภาคม 2026

สำรวจบทความอื่น ๆ

ปอดอักเสบ ภัยร้ายถึงชีวิต ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ปอดอักเสบ ภัยร้ายถึงชีวิต ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ปอดอักเสบ (Pneumonia) คือภาวะที่ถุงลมปอดและหลอดลมฝอยส่วนปลายเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือสารระคายเคืองอื่น ๆ ทำให้ปอดบวม มีน้ำในถุงลม ส่งผลให้หายใจติดขัด

อ่านเพิ่มเติม
โรคกระดูกพรุน วิกฤตสุขภาพเงียบของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

โรคกระดูกพรุน วิกฤตสุขภาพเงียบของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

โรคกระดูกพรุน เป็นภาวะที่กระดูกมีความหนาแน่นลดลง ทำให้กระดูกเปราะบางและเสี่ยงต่อการหักได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ที่มักจะมีการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระดูก กระบวนการสร้างกระดูกจะชะลอตัวลง

อ่านเพิ่มเติม
ผอมไขมันสูง (Skinny Fat) สัญญาณเตือนสุขภาพที่อันตราย

ผอมไขมันสูง (Skinny Fat) สัญญาณเตือนสุขภาพที่อันตราย

ภาวะผอมไขมันสูง (Skinny Fat) ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาความสวยงาม แต่เป็นตัวเร่งสำคัญของระบบเผาผลาญที่เริ่มมีปัญหา และเป็นปัจจัยเปิดประตูสู่ภาวะ Sarcopenia หรือโรคกล้ามเนื้อเสื่อม พบมากในผู้สูงอายุ

อ่านเพิ่มเติม